Aragorn 的个人资料Happy Gondor照片日志列表 工具 帮助
2月17日

เมื่อความมืดครอบงำ....

ผมจำได้ว่าเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ผมอ่านงานวิเคราะห์สังคมไทยของคุณหมอประเวศน์ วสี ท่านพูดถึงช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่นับวันจะห่างขึ้น การเผชิญหน้าระหว่างสังคมเมือง และสังคมชนบท และท่านพูดถึงการนองเลือดอีกครั้งในสังคมไทย.....วันนั้นผมอ่านบทความนี้ด้วยความคิดแบบสังคมวิทยา (ที่ยังพอมีเหลือ) และผมก็คล้อยตามในบางเรื่อง...ยกเว้นการนองเลือด..เพราะผมเชื่อว่ากระบวนการขัดเกลา ทางสังคม(Socialization) ของสังคมไทย ณ ตอนนั้นดีขึ้นมากแล้ว..และมั่นใจว่าในอนาคต เมืองและชนบท (Rural and Urban) จะไม่แตกต่างกันมากนักในกระบวนการทางความคิด การรับรู้ และการยอมรับ.....

 

ผมว่า ณ วันนี้ผมคิดถูกนิดเดียว...ที่ว่าคนชนบทจะมีความคิด และมุมมองที่ไปพร้อมกับคนเมือง...คือจริงๆมีคนคิดได้แต่ปัญหาคือ จำนวนคนที่คิดได้น้อยเหลือเกิน จะไปว่าใครได้ในเมื่อ พวกเค้ายังต้องปากกัดตีนถีบต้องกินต้องใช้...และที่สำคัญนี่แหละคือเหยื่อ....เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ..เพราะถ้ามีคนคนนึงเอาเศษเงินซัก100,000 บาท มาแบ่งเป็นกอง กองละ สองหมื่นห้ากอง โยนกระจายออกไป..คนห้าคนได้รับฟรีๆ..อีกกว่า 40 ล้านคนก็จะชื่นชมแล้วก็หวังว่าตนจะเป็นผู้โชคดีรายต่อไป...แล้วทีนี้ไอ้หน้าโง่ที่ไหนล่ะครับที่จะมาฆ่าห่านที่ไข่ออกมาเป็นทองคำ..จริงมั๊ยครับ...แล้วไอ้ห่านทองคำตัวนี้มันดันเป็นห่านผี...มันสูบเลือดจากคนอีก 80 ล้านคนทุกวันแล้วไข่ออกมาเดือนละฟอง..

 

แต่มีคนอยู่จำนวนนึงไม่เกิน 10 ล้านคนที่ดันเห็นความไม่ชอบมาพากล แต่ในจำนวนนี้มีแค่ 1 ล้านคนที่กล้าพูดออกมาคุยกับเพื่อน...แต่ที่แย่ไปกว่านั้น มีคนแค่ 2 แสนคนที่คิดว่าต้องทำอะไรแล้วก็ออกมาตะโกนบอกสังคมว่าห่านทองคำนี่เป็นห่านผี...แล้วใน 2 แสนคนนี่มีไม่เกิน 100 คนที่กล้าแสดงตนบนเวที แล้วท่านว่าคนดีๆหรือห่านผีมันจะชนะ..เพราะยังมีคนอีกมากกว่า 40 ล้านคนที่ยังงอมือ งอตีน รอไข่ทองคำจากไอ้ห่านผีตัวนี้...ขืนคนแค่ 2 แสนมาเชือดห่าน..ผมว่าเอาเข้าจริงๆ...คนสองแสนนี่แหละที่จะโดนเชือดแทนห่าน...

 

ณ วันนี้ วันที่ระบบตรวจสอบทุกอย่างล้มเหลวตีบตัน เป็นสภาวะที่รอวันปะทุขึ้นมา 26 กุมภาฯ ดูจะเป็นวันที่ทุกคนพูดถึงขึ้นมาทันที...คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นกลุ่มแรกๆที่ออกมาเรียกร้องให้ นายกลาออก และก็ได้รับแรงต้านทานอย่างแรงเป็นกลุ่มแรกๆเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่แอบอ้างเป็นตัวแทนสมาคมนิสิตเก่าฯ ที่ได้รับโทรศัพท์เสียงหวานว่า "ช่วยจัดการให้หน่อยนะคะ แล้วจะไม่ลืมพระคุณ เลย" แต่ตัวเค้าเอง ณ ตอนนี้ก็ได้รับแรงตอบโต้จากสังคมอย่างมากเช่นกัน..ผมและเพื่อนอีกจำนวนนึงก็ได้ช่วยกันยื่นจดหมายถึงพวกเหล่านั้นให้ยุติบทบาทของสมาคมในเรื่องนี้เพราะเราเป็นสมาชิก และเราไม่เห็นด้วย..เมื่อคุณไม่ได้ฉันทามติจากสมาชิกก็ไม่ควรออกจดหมายในนามสมาคม....แม้ท่านองคมนตรีลาออกจากที่ปรึกษากิติมศักดิ์ พวกเหล่านี้ยังไปบังอาจคิดแทนท่านว่าท่านต้องการวางตัวเป็นกลาง...ผิดซํ้าผิดซากจริงๆท่านเอ๋ย...จนบัดนี้ยังไม่รู้สำนึกอีก...

 

 

ที่น่าสนใจคือในรุ่นของผมกลับไม่เป็นเอกภาพในเรื่องนี้..ซึ่งอันนี้ไม่แปลกเพราะนี่คือเวทีทางความคิด..แต่ที่น่าประหลาดใจคือ..ความรู้พื้นฐานที่สุดเลยคือ..การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย...จุดนี้หลายคนกลับลืมเลือน..เหมือนบางคนกำลังลุ่มหลงใน The Prince ของ แมคเคียววิลี...ผมไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร..แต่ผมในฐานะเสียงส่วนน้อยในรุ่นผมและเพื่อนบางคน ไม่ยอมที่จะยืนอยู่ใต้เงามืดแห่งความหวาดกลัว..หรือ ความร่มรื่นร่มเงาแห่งการไม่รับรู้ต่อโลกภายนอก เราเลือกที่จะออกมายืนกลางแดดแสดงตัวตนของเรา...ถ้าเราเคยเรียกตัวเราว่า สิงห์ดำ วันนี้ผมภูมิใจที่ผมยังเป็นอยู่...แต่เพื่อนๆหลายๆคน..ผมไม่รู้...

 

                 ผู้กล้า

 

เมื่อความมืดมนอนธการ คืบคลานเข้า

แสงเทียนวาววับวามลับดับหาย

เมื่อความขลาดหวาดกลัวครอบงำใจ

อีกเมื่อใดความกล้าจักหวนคืน

 

เมื่อฟ้ามืด..คงมืดได้ไม่นานนัก..

เมื่อลมพัด..จะพัดได้นานแค่ไหน..

เมื่อเทียนดับ..ดับได้..ให้ดับไป..

จะมีคนจุดเทียนใหม่มาทดแทน...

 

เทียนที่ส่องนำธรรมค้ำจุนโลก...

เทียนที่โยกคลอนอธรรมไม่หน่ายหนี..

เทียนที่คอยเร่งเร้าคุณความดี..

เทียนเล่มนี้ขับไล่ความมืดมน

 

ขอเป็นเทียนเล่มหนึ่งในคืนนี้

ส่องแสงหรี่นำทางไม่หวั่นไหว

ขอเพียงเรากล้าก้าวเดินออกไป

ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่จะเป็นเรา...

 

(Aragorn ณ สยามประเทศ ประพันธ์ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙)

(ป้าบุ้งกี๋ ให้ชื่อ "ผู้กล้า"  ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙)